ร้านอั้ม ณัฐกานต์

วิตามินบำรุงสมอง อเลอไทด์ alertide 064-2616445 by อั้ม ณัฐกานต์

โรค​ LD​ หรือ การบกพร่องที่พบบ่อยในเด็กการเรียนรู้บกพร่อง

Alertide,อเลอไทด์,อาหารบำรุงสมอง,วิตามินบำรุงสมอง,ดรค LD
โรค LD



มารู้จักโรค LD กันเถอะ ว่ามีอาการอย่างไร 


โรค​ LD​  หรือ การบกพร่องที่พบบ่อยในเด็กการเรียนรู้บกพร่อง


1. บางคนมีปัญหาในการอ่านทั้งที่มีสายตาหรือประสาทตาปกติ แต่การแปลภาพในสมองไม่เหมือนคนทั่วไป ทำให้เห็นตัวหนังสือกลับหัวกลับหาง ลอยไป ลอยมา ไม่คงที่ บางครั้งเห็นๆ หยุดๆ มองเห็นตัวหนังสือหายไปเป็นบรรทัด บางครั้งเห็นตัวหนังสือแต่ไม่รู้ความหมาย


2. บางคนมีปัญหาการฟัง ทั้งที่การได้ยินปกติ แต่สมองไม่สามารถแยกแยะเสียงสูง-ต่ำ จึงมักเขียนสะกดผิด และไม่ทราบความหมายของคำ


3. บางคนมีปัญหาเรื่องทิศทาง ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับภาษา ไม่รู้ว่าซ้ายหรือขวา กะระยะทางไม่ถูก ทำให้เดินชนอยู่บ่อยๆ


4. บางคนคำนวณไม่ได้ เพราะไม่เข้าใจสัญลักษณ์ตัวเลข


สังเกตลูกน้อยสักนิดกำลังเป็น “ โรคบกพร่องในการเรียนรู้ ” (LD) อยู่หรือไม่?


จากการวิจัยในประเทศไทยพบว่า ปัจจุบันมีเด็กไทย โดยเฉพาะในระดับประถมศึกษาปีที่ 1 - 2 กว่า 700,000 คน มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ อ่านไม่ออก เขียนไม่ได้ตามวัย ทั้งที่มีระดับสติปัญญาปกติหรือสูงกว่าปกติได้ในบางคน ซึ่งเป็นอาการของเด็กที่มีภาวะการเรียนรู้บกพร่อง หรือที่เรียกว่า Learning Disorders (LD) เกิดขึ้นได้อย่างไร แล้วพ่อแม่จะต้องดูแลเอาใจลูกๆ แบบไหนถึงจะไม่ให้โรคดังกล่าวเกิดขึ้นกับลูกของตัวเอง วันนี้ Rabbit Daily หาคำตอบมาให้แล้วค่ะ


ความบกพร่องทางด้านการเรียนรู้ หรือ Learning Disabilities (LD) หมายถึง แสดงออกมาในรูปของปัญหาด้านการอ่าน การเขียน การสะกดคำ การคำนวณคณิตศาสตร์ มีวงจรการทำงานของสมองไม่เป็นไปตามที่ควรจะเป็นเซลล์สมองบางส่วนอยู่ผิดที่ ทำให้มีปัญหาในการเรียน เรียนอ่อนบางวิชา หรือหลายๆ วิชา ทั้งที่สติปัญญาปกติ


การบกพร่องที่พบบ่อยในเด็กการเรียนรู้บกพร่อง


1. บางคนมีปัญหาในการอ่านทั้งที่มีสายตาหรือประสาทตาปกติ แต่การแปลภาพในสมองไม่เหมือนคนทั่วไป ทำให้เห็นตัวหนังสือกลับหัวกลับหาง ลอยไป ลอยมา ไม่คงที่ บางครั้งเห็นๆ หยุดๆ มองเห็นตัวหนังสือหายไปเป็นบรรทัด บางครั้งเห็นตัวหนังสือแต่ไม่รู้ความหมาย

2. บางคนมีปัญหาการฟัง ทั้งที่การได้ยินปกติ แต่สมองไม่สามารถแยกแยะเสียงสูง-ต่ำ จึงมักเขียนสะกดผิด และไม่ทราบความหมายของคำ

3. บางคนมีปัญหาเรื่องทิศทาง ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับภาษา ไม่รู้ว่าซ้ายหรือขวา กะระยะทางไม่ถูก ทำให้เดินชนอยู่บ่อยๆ

4. บางคนคำนวณไม่ได้ เพราะไม่เข้าใจสัญลักษณ์ตัวเลข


สาเหตุสำคัญของโรคบกพร่องในการเรียนรู้ (LD)  3  ประการ คือ


1. กรรมพันธุ์ เด็กบางคนอาจมีญาติผู้ใหญ่ที่ เป็น LD แต่สังคมในสมัยก่อนยังไม่รู้จัก LD

2. การที่เด็กคลอดก่อนกำหนด ทำให้เซลล์สมองผิดปกติ

3.สารเคมีเข้าสู่ร่างกายและสะสมในปริมาณที่มาก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สารตะกั่วซึ่งมาจากอากาศและอาหารที่ปนเปื้อนสารเหล่านี้


นอกจากนี้ โรคดังกล่าวยังอาจมีสาเหตุมาจากเคยมีโรคติดเชื้อหรืออุบัติเหตุรุนแรงที่สมอง เป็นโรคลมชัก โรค LD มักพบร่วมกับโรคสมาธิสั้น โรคกระตุก (Tic Disorders) และกลุ่มที่มีความล่าช้าในภาษาและการพูด โดยเฉพาะกับโรคสมาธิสั้น พบว่าเป็นร่วมกันถึง 30-40% คือในเด็กที่เป็น LD หรือสมาธิสั้น 10 คน จะมี 4 คน ที่จะเป็นทั้งสมาธิสั้นและ LD


อาการและพฤติกรรมของเด็ก LD


อาการของเด็ก LD จะมีมาตั้งแต่กำเนิด ทั้งที่มี  IQ และร่างกายทุกส่วนปกติ และจะปรากฎชัดเมื่อเข้าเรียน คือ เบื่อการอ่าน  อ่านหนังสือตะกุกตะกักไม่สมกับวัย เมื่อพ่อแม่ ครู ให้อ่านหรือทำการบ้าน ก็จะไม่ยอมอ่าน ทำให้สอบตก ถึงขั้นต้องเรียนซ้ำชั้น โดยวิชาที่เป็นปัญหามากที่สุด คือ คณิตศาสตร์ เนื่องจากอ่านไม่ออก จับความไม่ได้ ตีความโจทย์ไม่เป็น ทั้งที่เมื่ออ่านให้ฟังก็สามารถตอบได้ถูก


อาการของเด็ก LD อาจแบ่งได้เป็น 3 กลุ่ม


1. มีปัญหาในการอ่านหนังสือ (Dyslexia) อาจจะอ่านไม่ออก หรืออ่านได้บ้าง แต่สะกดคำไม่ถูก ผสมคำไม่ได้ สลับตัวพยัญชนะ สับสนกับการผันสระและวรรณยุกต์ บางทีสนใจแต่การสะกดคำ ทำให้อ่านแล้วจับความไม่ได้


2. มีปัญหาในการเขียนหนังสือ (Dysgraphia)ทั้งๆ ที่รู้ว่าจะเขียนอะไร แต่ก็เขียนไม่ได้ หรือเขียนได้ช้า เขียนตกหล่น เขียนพยัญชนะสลับกัน หรือคำเดียวกันแต่เขียนสองครั้งไม่เหมือนกัน บางคนเขียนแบบสลับซ้ายขวาเหมือนส่องกระจก ลายมือโย้เย้ ขนาดของตัวอักษรไม่เท่ากัน ขึ้นลงไม่ตรงบรรทัด ไม่เว้นช่องไฟ อาจจะเกิดจากมือและสายตาทำงานไม่ประสานกัน หรือการรับภาพของสมองไม่เหมือนคนอื่นๆ


3. มีปัญหาในการคำนวณ (Dyscalculia) อาจจะคำนวณไม่ได้เลย หรือทำได้แต่สับสนกับตัวเลข ไม่เข้าใจสัญลักษณ์ ไม่เข้าใจค่าของตัวเลข บางคนสับสนตั้งแต่การจำเครื่องหมายบวก ลบ คูณ หาร ไม่สามารถจับหลักการได้ เช่น หลักหน่วย หลักสิบ หลักร้อยต่างกันอย่างไร 

บางคนบวกลบเป็น เข้าใจเครื่องหมาย แต่ตีโจทย์คณิตศาสตร์ไม่ได้ เช่น ถามว่า 2+2 เท่ากับเท่าไร ตอบได้ แต่ถ้าบอกว่ามีส้มอยู่ 2 ลูก ป้าให้มาอีก 2 ลูก รวมเป็นกี่ลูก เด็กกลุ่มนี้จะตอบไม่ได้



ด้วยความปรารถนาดีจาก อเลอไทด์ ALERTIDE บำรุงสมองและระบบประสาท ช่วยฟื้นฟูสมองและบำรุงระบบประสาทและสมองช่วยเพิ่มความจำ เสริมสร้างสมาธิ และความสามารถในการเรียนรู้

Alertide,อเลอไทด์,อาหารบำรุงสมอง,วิตามินบำรุงสมอง
อเลอไทด์ Alertide



สอบถามเพิ่มเติม
อั้ม ณัฐกานต์
Line ID : @cuq2079y
Fan page: อาหารบำรุงสมอง
Website: www.myhomealertide.com/p/15
Website: http://alertbtalertide.lnwshop.com
Tel: 064-2616445