ร้านอั้ม ณัฐกานต์

วิตามินบำรุงสมอง อเลอไทด์ alertide 064-2616445 by อั้ม ณัฐกานต์

4 ตัวการทำลายสมอง ความจำเสื่อม ก่อนวัย

สมอง, อาหารบำรุงสมอง, วิตามินบำรุงสมอง, อาหารเสริมบำรุงสมอง
Brain


4 ตัวการทำลายสมอง ความจำเสื่อม ก่อนวัย มีอะไรบ้างมาดูกัน


1. ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ

คนที่มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับมักจะป่วยด้วยอาการที่นักวิจัยเรียกว่า Microarousals ตลอดทั้งคืน อาการนี้จะทำให้คุณตื่นครั้งละสองสามนาที ซึ่งการตื่นนี้จะเป็นไปอย่างรวดเร็ว จนไม่สามารถจับอาการได้ว่าเราตื่นขึ้นในช่วงเวลาสั้น ๆ แต่ปัญหาก็คือ สมองจะรับทราบปฏิกิริยานี้ทันที ศาสตราจารย์เอช  เครก  เฮลเลอร์ จากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ประเทศสหรัฐอเมริกา กล่าวว่า

“ เราเชื่อว่า หากการหลับช่วง Non-REM ถูกรบกวน จะทำให้ความจำระยะสั้นและระยะยาวรวมกัน เป็นหนึ่งเดียวหรือจะหายไปเลย ”

การนอนช่วง Non-REM หรือช่วงหลับลึกนี้ มีความสำคัญมาก เพราะเป็นช่วงที่ร่างกายจะได้รับการพักผ่อนมากที่สุด จึงช่วยให้ภูมิคุ้มกันแข็งแรง ระบบย่อยอาหารและการหลั่งฮอร์โมนเป็นไปอย่างปกติ และที่สำคัญมีผลดีต่อสมองและความจำด้วย


สมอง, อาหารบำรุงสมอง, วิตามินบำรุงสมอง, อาหารเสริมบำรุงสมอง
เทคโนโลยี

2. ใช้เทคโนโลยีมากเกินไป

การใช้โทรศัพท์มือถือบันทึกเบอร์โทรศัพท์ และนัดหมายทำให้คนส่วนใหญ่ไม่ได้ใช้ความจำเท่าที่ควรจะเป็น และเมื่อใช้ความจำน้อย สมองก็จะอ่อนแรงและขี้เกียจ ความจริงแล้ว ศาสตราจารย์เอียน  โรเบิร์ตสัน แห่งทรินิตี้คอลเลจ ดับบลิน ประเทศไอร์แลนด์ คาดการณ์ว่า คนวัย 20 ที่พึ่งพาเทคโนโลยีมาก มีแนวโน้มว่าจะมีปัญหาเรื่องความจำในอนาคต โดย อาจจะมีปัญหามากกว่าคนวัย 50 ในยุคปัจจุบันที่เกิดในช่วงที่เทคโนโลยียังไม่เจริญเหมือนสมัยนี้ และต้องจดจำสิ่งต่างๆด้วยตัวเอง


การศึกษาล่าสุดจากมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้เปิดเผยว่า ถ้าเรามองกันตามความจริง การจำสิ่งต่างๆเป็นหน้าที่ของสมองอยู่แล้ว แต่เมื่อสมองไม่ได้ทำหน้าที่จดจำเพราะเราใช้โทรศัพท์มือถือหรือคอมพิวเตอร์จดจำข้อมูลนั้นแทน ฉะนั้นสมองจึงไม่สามารถจดจำข้อมูลที่ควรต้องจำและสูญเสียหน้าที่ไป


3. หัวใจมีปัญหา

เมื่อไม่นานมานี้ ศาสตราจารย์ออสวาลโด  อัลไมดา จากมหาวิทยาลัยเวสเทิร์นออสเตรเลีย พบว่า ผู้ป่วยที่มีอาการหัวใจล้มเหลวจะมีลักษณะทางกายภาพของสมองที่ทำงานเกี่ยวกับความจำเปลี่ยนแปลงไป ศาสตราจารย์อัลไมดาเล่าว่า กลุ่มผู้หญิงที่ป่วยเป็นโรคหัวใจ เพราะมีคอเลสเตอรอลและความดันโลหิตสูง จะมีประสิทธิภาพของความจำต่ำกว่าผู้หญิงที่ไม่ได้เป็นโรคหัวใจราวร้อยละ 7 ศาสตราจารย์อัลไมดาแนะนำว่า การปรับไลฟ์สไตล์เพื่อให้มีสุขภาพแข็งแรงจะทำให้สมองแข็งแรง ไม่ สูญเสียความทรงจำ


สมอง, อาหารบำรุงสมอง, วิตามินบำรุงสมอง, อาหารเสริมบำรุงสมอง
กินยา

4.กินยามาก

ในหนังสือ Younger Brain, Sharper Mind ดร.เอริก เบรฟ - เวอร์แมน ผู้เชี่ยวชาญด้านแอนไทเอจิ้ง กล่าวถึงความรวดเร็วในการจำได้ว่า ถ้าเราจำสิ่งต่างๆได้ช้าเกินไป นั่นแสดงว่าเซลล์ประสาทไม่สามารถประมวลผลข้อมูลใหม่ๆได้อย่างมีประสิทธิภาพ และข้อมูลใหม่ๆก็จะไม่สามารถบันทึกเป็นความทรงจำได้
โดยทั่วไป ทุกๆ 10 ปี สมองของเราจะสูญเสียความรวดเร็วในการจำราว 7 – 10 มิลลิวินาที (หนึ่งในพันของ หนึ่งวินาที) 

โดยการสูญเสียนี้จะเริ่มตั้งแต่อายุ 20 ปี นี่เป็นเหตุผลที่ว่า ทำไมสมองจึงจำได้น้อยลงเมื่ออายุอานามมากขึ้น ทว่าสมองของบางคนก็สูญเสียไปเร็วกว่านั้น หากเขาใช้ยาชนิดต่างๆทั้งจากการกินยาตามคำแนะนำของแพทย์หรือซื้อกินเอง ดังนั้นจึงไม่ควรกินยาพร่ำเพรื่อ ต้องกินเท่าที่จำเป็นเท่านั้น


รู้สาเหตุแล้วลองปรับเปลี่ยนแก้ไขดู เพื่อยืดอายุสมองให้มีประสิทธิภาพ ใช้งานได้ดี อยู่กับเราไปนานๆ ค่ะ


(ขอบคุณข้อมูลดีดีจาก : คอลัมน์ชีวจิต+ นิตยสารชีวจิต ฉบับที่ 347)


โรค​ LD​ หรือ การบกพร่องที่พบบ่อยในเด็กการเรียนรู้บกพร่อง

Alertide,อเลอไทด์,อาหารบำรุงสมอง,วิตามินบำรุงสมอง,ดรค LD
โรค LD



มารู้จักโรค LD กันเถอะ ว่ามีอาการอย่างไร 


โรค​ LD​  หรือ การบกพร่องที่พบบ่อยในเด็กการเรียนรู้บกพร่อง


1. บางคนมีปัญหาในการอ่านทั้งที่มีสายตาหรือประสาทตาปกติ แต่การแปลภาพในสมองไม่เหมือนคนทั่วไป ทำให้เห็นตัวหนังสือกลับหัวกลับหาง ลอยไป ลอยมา ไม่คงที่ บางครั้งเห็นๆ หยุดๆ มองเห็นตัวหนังสือหายไปเป็นบรรทัด บางครั้งเห็นตัวหนังสือแต่ไม่รู้ความหมาย


2. บางคนมีปัญหาการฟัง ทั้งที่การได้ยินปกติ แต่สมองไม่สามารถแยกแยะเสียงสูง-ต่ำ จึงมักเขียนสะกดผิด และไม่ทราบความหมายของคำ


3. บางคนมีปัญหาเรื่องทิศทาง ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับภาษา ไม่รู้ว่าซ้ายหรือขวา กะระยะทางไม่ถูก ทำให้เดินชนอยู่บ่อยๆ


4. บางคนคำนวณไม่ได้ เพราะไม่เข้าใจสัญลักษณ์ตัวเลข


สังเกตลูกน้อยสักนิดกำลังเป็น “ โรคบกพร่องในการเรียนรู้ ” (LD) อยู่หรือไม่?


จากการวิจัยในประเทศไทยพบว่า ปัจจุบันมีเด็กไทย โดยเฉพาะในระดับประถมศึกษาปีที่ 1 - 2 กว่า 700,000 คน มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ อ่านไม่ออก เขียนไม่ได้ตามวัย ทั้งที่มีระดับสติปัญญาปกติหรือสูงกว่าปกติได้ในบางคน ซึ่งเป็นอาการของเด็กที่มีภาวะการเรียนรู้บกพร่อง หรือที่เรียกว่า Learning Disorders (LD) เกิดขึ้นได้อย่างไร แล้วพ่อแม่จะต้องดูแลเอาใจลูกๆ แบบไหนถึงจะไม่ให้โรคดังกล่าวเกิดขึ้นกับลูกของตัวเอง วันนี้ Rabbit Daily หาคำตอบมาให้แล้วค่ะ


ความบกพร่องทางด้านการเรียนรู้ หรือ Learning Disabilities (LD) หมายถึง แสดงออกมาในรูปของปัญหาด้านการอ่าน การเขียน การสะกดคำ การคำนวณคณิตศาสตร์ มีวงจรการทำงานของสมองไม่เป็นไปตามที่ควรจะเป็นเซลล์สมองบางส่วนอยู่ผิดที่ ทำให้มีปัญหาในการเรียน เรียนอ่อนบางวิชา หรือหลายๆ วิชา ทั้งที่สติปัญญาปกติ


การบกพร่องที่พบบ่อยในเด็กการเรียนรู้บกพร่อง


1. บางคนมีปัญหาในการอ่านทั้งที่มีสายตาหรือประสาทตาปกติ แต่การแปลภาพในสมองไม่เหมือนคนทั่วไป ทำให้เห็นตัวหนังสือกลับหัวกลับหาง ลอยไป ลอยมา ไม่คงที่ บางครั้งเห็นๆ หยุดๆ มองเห็นตัวหนังสือหายไปเป็นบรรทัด บางครั้งเห็นตัวหนังสือแต่ไม่รู้ความหมาย

2. บางคนมีปัญหาการฟัง ทั้งที่การได้ยินปกติ แต่สมองไม่สามารถแยกแยะเสียงสูง-ต่ำ จึงมักเขียนสะกดผิด และไม่ทราบความหมายของคำ

3. บางคนมีปัญหาเรื่องทิศทาง ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับภาษา ไม่รู้ว่าซ้ายหรือขวา กะระยะทางไม่ถูก ทำให้เดินชนอยู่บ่อยๆ

4. บางคนคำนวณไม่ได้ เพราะไม่เข้าใจสัญลักษณ์ตัวเลข


สาเหตุสำคัญของโรคบกพร่องในการเรียนรู้ (LD)  3  ประการ คือ


1. กรรมพันธุ์ เด็กบางคนอาจมีญาติผู้ใหญ่ที่ เป็น LD แต่สังคมในสมัยก่อนยังไม่รู้จัก LD

2. การที่เด็กคลอดก่อนกำหนด ทำให้เซลล์สมองผิดปกติ

3.สารเคมีเข้าสู่ร่างกายและสะสมในปริมาณที่มาก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สารตะกั่วซึ่งมาจากอากาศและอาหารที่ปนเปื้อนสารเหล่านี้


นอกจากนี้ โรคดังกล่าวยังอาจมีสาเหตุมาจากเคยมีโรคติดเชื้อหรืออุบัติเหตุรุนแรงที่สมอง เป็นโรคลมชัก โรค LD มักพบร่วมกับโรคสมาธิสั้น โรคกระตุก (Tic Disorders) และกลุ่มที่มีความล่าช้าในภาษาและการพูด โดยเฉพาะกับโรคสมาธิสั้น พบว่าเป็นร่วมกันถึง 30-40% คือในเด็กที่เป็น LD หรือสมาธิสั้น 10 คน จะมี 4 คน ที่จะเป็นทั้งสมาธิสั้นและ LD


อาการและพฤติกรรมของเด็ก LD


อาการของเด็ก LD จะมีมาตั้งแต่กำเนิด ทั้งที่มี  IQ และร่างกายทุกส่วนปกติ และจะปรากฎชัดเมื่อเข้าเรียน คือ เบื่อการอ่าน  อ่านหนังสือตะกุกตะกักไม่สมกับวัย เมื่อพ่อแม่ ครู ให้อ่านหรือทำการบ้าน ก็จะไม่ยอมอ่าน ทำให้สอบตก ถึงขั้นต้องเรียนซ้ำชั้น โดยวิชาที่เป็นปัญหามากที่สุด คือ คณิตศาสตร์ เนื่องจากอ่านไม่ออก จับความไม่ได้ ตีความโจทย์ไม่เป็น ทั้งที่เมื่ออ่านให้ฟังก็สามารถตอบได้ถูก


อาการของเด็ก LD อาจแบ่งได้เป็น 3 กลุ่ม


1. มีปัญหาในการอ่านหนังสือ (Dyslexia) อาจจะอ่านไม่ออก หรืออ่านได้บ้าง แต่สะกดคำไม่ถูก ผสมคำไม่ได้ สลับตัวพยัญชนะ สับสนกับการผันสระและวรรณยุกต์ บางทีสนใจแต่การสะกดคำ ทำให้อ่านแล้วจับความไม่ได้


2. มีปัญหาในการเขียนหนังสือ (Dysgraphia)ทั้งๆ ที่รู้ว่าจะเขียนอะไร แต่ก็เขียนไม่ได้ หรือเขียนได้ช้า เขียนตกหล่น เขียนพยัญชนะสลับกัน หรือคำเดียวกันแต่เขียนสองครั้งไม่เหมือนกัน บางคนเขียนแบบสลับซ้ายขวาเหมือนส่องกระจก ลายมือโย้เย้ ขนาดของตัวอักษรไม่เท่ากัน ขึ้นลงไม่ตรงบรรทัด ไม่เว้นช่องไฟ อาจจะเกิดจากมือและสายตาทำงานไม่ประสานกัน หรือการรับภาพของสมองไม่เหมือนคนอื่นๆ


3. มีปัญหาในการคำนวณ (Dyscalculia) อาจจะคำนวณไม่ได้เลย หรือทำได้แต่สับสนกับตัวเลข ไม่เข้าใจสัญลักษณ์ ไม่เข้าใจค่าของตัวเลข บางคนสับสนตั้งแต่การจำเครื่องหมายบวก ลบ คูณ หาร ไม่สามารถจับหลักการได้ เช่น หลักหน่วย หลักสิบ หลักร้อยต่างกันอย่างไร 

บางคนบวกลบเป็น เข้าใจเครื่องหมาย แต่ตีโจทย์คณิตศาสตร์ไม่ได้ เช่น ถามว่า 2+2 เท่ากับเท่าไร ตอบได้ แต่ถ้าบอกว่ามีส้มอยู่ 2 ลูก ป้าให้มาอีก 2 ลูก รวมเป็นกี่ลูก เด็กกลุ่มนี้จะตอบไม่ได้



ด้วยความปรารถนาดีจาก อเลอไทด์ ALERTIDE บำรุงสมองและระบบประสาท ช่วยฟื้นฟูสมองและบำรุงระบบประสาทและสมองช่วยเพิ่มความจำ เสริมสร้างสมาธิ และความสามารถในการเรียนรู้

Alertide,อเลอไทด์,อาหารบำรุงสมอง,วิตามินบำรุงสมอง
อเลอไทด์ Alertide



สอบถามเพิ่มเติม
อั้ม ณัฐกานต์
Line ID : @cuq2079y
Fan page: อาหารบำรุงสมอง
Website: www.myhomealertide.com/p/15
Website: http://alertbtalertide.lnwshop.com
Tel: 064-2616445


9 วิธีทําให้สมองดี


Alertide,อเลอไทด์,อาหารบำรุงสมอง,วิตามินบำรุงสมอง
9 วิธีสมองดี


9 วิธีทําให้สมองดี มีอะไรบ้าง มาลองฝึกกันเลย


1. ฝึกเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ในชีวิตประจําวัน เช่น เปลี่ยนสถานที่ซื้อของ ที่กินอาหารกลางวัน ฟังวิทยุรายการใหม่ๆ หรือเดินทางท่องเที่ยวไปยังสถานที่ที่ไม่เคยไป


2. ทํางานอดิเรกที่ไม่เคยทํา เช่น งานฝีมือ เย็บปักถักร้อย เรียนดนตรี เต้นรํา เล่นกีฬา หรือฝึกโยคะ


3. เล่นเกมฝึกสมองต่างๆ เช่น ปริศนาอักษรไขว้ ปัญหาเชาวน์ หมากฮอส และหมากล้อม หรือฝึกฝนความจําโดยพยายามจําหน้าและชื่อของบุคคลสําคัญ หรือเปิดพจนานุกรมท่องคําศัพท์ใหม่ๆ


4. ทําสมาธิและฝึกตั้งสติ โดยกําหนดจิตให้รู้เท่าทันตนเองว่าขณะนี้มีอารมณ์ความรู้สึกอย่างไร กําลังทําอะไร หรือจะไปที่ไหน


5. นัดพบเพื่อนฝูง พูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นหรือข่าวสารที่เกิดขึ้นในชีวิตประจําวัน เพื่อฝึกสมองให้รู้จักคิดวิเคราะห์


6. สมัครเข้าชมรมต่างๆ ทํากิจกรรมแปลกใหม่และทําความรู้จักกับเพื่อนใหม่


7. เปลี่ยนการใช้ประสาทสัมผัสที่เคยใช้เป็นประจํา เช่น ใช้มือข้างไม่ถนัดหยิบของ เขียนหนังสือวาดรูป ปั้นดินน้ํามัน หรือ กวาดบ้าน


8. ฟังเพลงคลาสสิก ช่วยกระตุ้นการทํางานของสมอง ทําให้มีสมาธิและความจําดี


9. ฝึกผ่อนคลายสมองด้วยการมองโลกในแง่ดี มีเมตตา หมั่นนึกถึงแต่ประสบการณ์ดีๆ หัดเป็นคนยิ้มง่ายและมีอารมณ์ขัน



ด้วยความปรารถนาดีจาก อเลอไทด์ ALERTIDE บำรุงสมองและระบบประสาท ช่วยฟื้นฟูสมองและบำรุงระบบประสาทและสมองช่วยเพิ่มความจำ เสริมสร้างสมาธิ และความสามารถในการเรียนรู้

Alertide,อเลอไทด์,อาหารบำรุงสมอง,วิตามินบำรุงสมอง
อเลอไทด์ Alertide


สอบถามเพิ่มเติม
อั้ม ณัฐกานต์
Line ID : @cuq2079y
Fan page: อาหารบำรุงสมอง
Website: www.myhomealertide.com/p/15
Website: http://alertbtalertide.lnwshop.com
Tel: 064-2616445

15 สัญญาณเตือนอัลไซเมอร์กำลังมาเยือน (Momypedia)

อัลไซเมอร์,อเลอไทด์,อาหารบำรุงสมอง,วิตามินบำรุงสมอง,สมอง,ยาครูสลา,เสริมความจำ,พรมมิ,alertide
อัลไซเมอร์

15 สัญญาณเตือน อัลไซเมอร์กำลังมาเยือน (Momypedia) เช็คกันสักนิดนะค่ะ

คุณเป็นคนขี้ลืมหรือเปล่า ?
- ลืมว่าวางกุญแจรถไว้ที่ไหน
- ลืมว่าจะต้องทำอะไร ทั้งที่เตือนตัวเองมาตลอดทั้งวันแล้ว   
- ลืมว่าจะพูดอะไร ทั้งที่เพิ่งคิดได้เมื่อกี้ หรืออะไรที่เคยทำเป็นปกติอยู่แล้ว แต่อยู่ ๆ กลับลืมวิธีทำ ทำแล้วรู้สึกว่าทำไมมันถึงได้ยากกว่าเมื่อก่อน อาจจะไม่ใช่อาการขี้ลืมธรรมดาแล้วก็ได้นะค่ะ 



อาการขี้หลงขี้ลืมก็มีกันอยู่ทุกคนค่ะ แต่ส่วนใหญ่สาเหตุจะมาจากการที่เราไม่มีสมาธิกับการทำสิ่งนั้น ๆ จึงไม่ได้สนใจจดจำ หรือคิดทำอะไรหลาย ๆ อย่างพร้อมกัน ทำให้สมาธิในการจดจำสั้นลง ในปัจจุบันมีการสำรวจพบว่าเพราะความเครียด มลพิษ ปัญหาต่างๆ ที่เร่งเร้า และอายุที่เพิ่มมากขึ้นก็เป็นสาเหตุที่ทำให้เรากลายเป็นคนขี้ลืม และนำไปสู่โรคความจำเสื่อม หรืออัลไซเมอร์ได้เช่นกัน 



แต่อย่าชะล่าใจไปนะค่ะ ว่าการลืมของเราเป็นเพียงอาการเล็กน้อย เพราะความเครียดหรือความไม่ใส่ใจ เพราะจริง ๆ มันอาจจะเป็นสัญญาณเตือนของโรคที่ร้ายแรงกว่านั้นก็ได้ 



เพื่อให้เราตั้งตัวรับโรคนี้ได้ทัน เรามาสำรวจตัวเองและคนรอบข้างจาก 15 สัญญาณที่เตือนว่า อาจจะกำลังเข้าข่ายการเป็นอัลไซเมอร์กันดีกว่าค่ะ 



1. หงุดหงิด อารมณ์เสียง่ายกว่าปกติ เพราะไม่สามารถควบคุมอารมณ์ตัวเองได้



2. การตัดสินใจแย่ลง เปลี่ยนใจง่าย เช่น ถ้ามีเซลล์แมนมาขายของที่หน้าบ้านก็จะซื้อทันที ซึ่งจะต่างจากแต่ก่อนที่จะไม่ซื้อของพวกนี้เลยหรือ ไม่ใช้จ่ายอะไรง่าย ๆ ซึ่งข้อนี้มักจะนำไปสู่ปัญหาด้านการเงินด้วย คือใช้จ่ายแบบไม่คิด ใช้เงินโดยไม่คำนวณ ไม่มีการออมไว้เหมือนแต่ก่อน


3. งานหรือกิจกรรมอะไรที่เคยทำอยู่ประจำ จะกลายเป็นงานที่ทำได้ยากขึ้น เช่น ลืมวิธีผูกเนคไท ลืมวิธีผูกเชือกรองเท้า หรือถ้าจะทำไข่เจียวก็แตกไข่แตกเละคามือ ลืมปรุง หรือทอดโดยไม่ใส่น้ำมัน เป็นต้น


4. วางของผิดที่ผิดทาง เช่น เอากระเป๋าตังค์ไปใส่ไว้ในตู้เย็น เอาช้อนส้อมไปใส่ไว้ในลิ้นชักตู้เสื้อผ้า โดยไม่คิดว่าเป็นเรื่องผิด และยังใช้ชีวิตปกติทั้งที่ข้าวของยังวางผิดที่


5. สับสนเรื่องเวลา โดยมักจะคิดว่าเวลาผ่านไปนานกว่าปกติ เช่น นั่งรอห้านาทีก็จะคิดว่านั่งรอมาห้าชั่วโมง หรือเพิ่งใส่เสื้อตัวเก่งไปแล้วเมื่อวาน แต่คิดใส่เสื้อตัวนั้นไปเมื่ออาทิตย์ก่อน เดือนก่อน เป็นต้น



6. สื่อสารกับคนอื่นยากขึ้น โดยเฉพาะเรื่องการพูด มักจะเรียงลำดับคำผิด ใช้คำผิด พูดผิด หรือคิดไม่ออกว่าจะใช้คำว่าอะไร จะพูดว่าอะไร


7. เดินออกไปข้างนอกอย่างไม่มีจุดหมาย มักจะเดินออกไปที่ไหนซักที่โดยไม่รู้ว่าจะไปทำไม ไปทำอะไร


8. ทำกิจกรรมบางอย่างแบบมีเหตุผลและซ้ำ ๆ เช่น เดินไปเปิดตู้เย็นแล้วก็ปิดทันทีโดยที่ไม่ได้อยากหยิบอะไร พอเดินกลับมานั่งก็จะลุกขึ้นไปเปิดและปิดแบบเดิมอีกซ้ำ ๆ



9. ไม่ค่อยดูแลตัวเอง ทั้งเรื่องการตัดผม ตัดเล็บ หวีผม หรือลืมแม้กระทั่งว่าตื่นมาจะต้องล้างหน้าแปรงฟัน


10. แสดงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม พูดหรือทำในสิ่งที่โดยปกติจะไม่พูด เช่น พูดว่าคนอื่นว่าอ้วนออกมาตรง ๆ เพราะขาดความคิดในการชั่งใจ หรือตัดสินใจว่าอะไรถูกหรือผิด เหมือนตอนที่ยังไม่เริ่มมีอาการ



11. รู้สึกหวาดระแวงอยู่ตลอดเวลา หรือมักจะชอบคิดว่าตัวเองเห็นใคร หรืออะไรคอยซุ่มดูตัวเองอยู่ หรือกลัวคนจะมาทำร้ายตลอดเวลา


12. นอนหลับยาก กระสับกระส่ายในตอนกลางคืนมากกว่าแต่ก่อน


13. ถอยห่างออกมาจากครอบครัว เพื่อน รวมไปถึงกิจกรรมเดิม ๆ ที่เคยทำ เช่น ไม่พูดคุยกับใคร ไม่เล่นกีฬาที่เคยเล่นประจำทุกวัน เป็นต้น


14. ชอบทำพฤติกรรมเหมือนเด็ก ๆ เช่น งอแงเมื่อไม่ได้ดั่งใจ หรือดีใจเกินกว่าเหตุถ้าได้ของที่ต้องการ


15. พูดจาและแสดงอาการก้าวร้าว เช่น พูดว่าหรือด่าทอคนอื่น ทั้งที่แต่ก่อนไม่มีพฤติกรรมอย่างนี้มาก่อน 


นี่เป็นเพียงวิธีสังเกตอาการเพียงเบื้องต้น ที่เราสามารถสำรวจได้ด้วยตัวเอง แล้วถ้าใครมีอาการข้างต้นเกินกว่า 5 ข้อขึ้นไปก็ต้องพิจารณาตัวเองได้แล้วนะค่ะ ว่าอาจจะเข้าข่ายโรคอัลไซเมอร์ และทางที่ดีคือลองไปพบแพทย์ เพื่อตรวจอาการเพิ่มเติมจะดีที่สุดคะ เพราะโรคนี้ไม่มีทางรักษาและเราสามารถป้องกัน หรือชะลอให้มันเกิดช้าลงได้คะ


ด้วยความปรารถนาดีจาก....  อเลอไทด์ Alertide วิตามินบำรุงสมอง และฟื้นฟูระบบประสาท ช่วยให้เกิดสมาธิ จดจ่อกับกิจกรรมต่างๆได้ดีขึ้น มีไอเดียสร้างสรรค์ สามารถเรียนรู้และจดจำได้ดีขึ้น  รวมถึงลดความเครียด และผ่อนคลายได้เป็นอย่างดี 


อเลอไทด์,ยาครูสลา,อาหารบำรุงสมอง,วิตามินบำรุงสมอง,สมอง,เสริมความจำ,สมาธิสั้น,บำรุงประสาท,อาการชา,สมองเบลอ
อเลอไทด์

สอบถามเพิ่มเติม อั้ม ณัฐกานต์
Line: @cuq2079y
Fan page: วิตามินบำรุงสมอง อเลอไทด์ alertide 064-2616445 by อั้ม ณัฐกานต์
Web site: http://alertbyalertide.lnwshop.com
Tel: 064-2616445




น้ำพริกปลาทู เมนูบ้านๆ บำรุงสมองลูกในครรภ์ คุณแม่ท้องไม่ทานไม่ได้แล้ว


น้ำพริกปลาทู,อเลอไทด์,บำรุงสมอง,วิตามินบำรุงสมอง,ยาครุสลา,alertide,แม่ตั้งท้อง,ยาครูสลา
น้ำพริกปลาทู


เมนูเด็ดที่บอกเลยว่าแม่ท้องจะพลาดไม่ได้เด็ดขาด ซึ่งเมนูที่นำมาเสนอวันนี้ก็คือ " น้ำพริกปลาทู " แบบง่ายๆ แต่อุดมไปด้วยคุณประโยชน์อย่างครบครันนั่นเอง โดยจะช่วยในการเสริมสร้างและบำรุงสมองให้กับทารกในครรภ์โดยเฉพาะ


ใครที่อยากให้ลูกมีพัฒนาการทางสมองที่ดี และเติบโตอย่างฉลาดสมวัย จะมองข้ามเมนูนี้ไม่ได้เลย  ส่วนวิธีการทำก็ไม่ยาก ไปดูกันเลยว่ามีขั้นตอนการทำอย่างไร วัตถุดิบต้องเตรียมอะไรบ้าง



ประโยชน์ของเมนู น้ำพริกปลาทู


อย่างที่บอกไปแล้ว ว่าน้ำพริกจากปลาทูนั้น มีส่วนช่วยในการบำรุง และเสริมสร้างพัฒนาการทางสมองของลูกน้อยในครรภ์ นั่นเพราะปลาทูอุดมไปด้วยโอเมก้า 3 และไอโอดีน ที่จะช่วยบำรุงสมองและป้องกันโรคเอ๋อในเด็กได้ ทั้งยังมีผักเครื่องเคียงอีกหลายอย่าง ที่มากไปด้วยประโยชน์และมีสารอาหารอย่างครบครันอีกด้วย โดยเมื่อรู้ถึงคุณประโยชน์ดีๆกันแล้ว ก็ไปลองทำด้วยตัวเองกันเลย



วิธีการทำ


วิธีการทำน้ำพริกปลาทูก็ไม่ยากอย่างที่คิดคล้ายๆ กับการทำน้ำพริกกะปิหรือน้ำพริกทั่วไปนั่นเอง เพียงแต่จะมีส่วนผสมที่แตกต่างออกไป โดยมีสิ่งที่ต้องเตรียม และขั้นตอนการทำดังต่อไปนี้


วัตถุดิบสิ่งที่ต้องเตรียม


- ปลาทูย่าง หรือนึ่ง 1 ตัว

น้ำพริกปลาทู,อเลอไทด์,บำรุงสมอง,วิตามินบำรุงสมอง,alertide,แม่ตั้งท้อง,ยาครูสลา,ปลาทูย่าง
ปลาทู


- กระเทียม 1 ช้อนกินข้าว

น้ำพริกปลาทู,อเลอไทด์,บำรุงสมอง,วิตามินบำรุงสมอง,alertide,แม่ตั้งท้อง,ยาครูสลา,ปลาทูย่าง,กระเทียม
กระเทียม


- หอมแดงหั่นบาง 2 หัว

น้ำพริกปลาทู,อเลอไทด์,บำรุงสมอง,วิตามินบำรุงสมอง,alertide,แม่ตั้งท้อง,ยาครูสลา,ปลาทูย่าง,กระเทียม,หอมแดง
หอมแดง


- พริกขี้หนูแดงซอย 5-10 เม็ด (เพิ่ม-ลดตามชอบ)

น้ำพริกปลาทู,อเลอไทด์,บำรุงสมอง,วิตามินบำรุงสมอง,alertide,แม่ตั้งท้อง,ยาครูสลา,ปลาทูย่าง,กระเทียม,หอมแดง,พริกขี้หนู
พริกขี้หนู


- พริกหยวกซอย 1 เม็ด

น้ำพริกปลาทู,อเลอไทด์,บำรุงสมอง,วิตามินบำรุงสมอง,alertide,แม่ตั้งท้อง,ยาครูสลา,ปลาทูย่าง,กระเทียม,หอมแดง,พริกขี้หนู,พริกหยวก
พริกหยวก


- น้ำต้มสุก 3 ช้อนกินข้าว

น้ำพริกปลาทู,อเลอไทด์,บำรุงสมอง,วิตามินบำรุงสมอง,alertide,แม่ตั้งท้อง,ยาครูสลา,ปลาทูย่าง,กระเทียม,หอมแดง,พริกขี้หนู,พริกหยวก,น้ำ
น้ำ


- น้ำมะนาว 2 ช้อนกินข้าว

น้ำพริกปลาทู,อเลอไทด์,บำรุงสมอง,วิตามินบำรุงสมอง,alertide,แม่ตั้งท้อง,ยาครูสลา,ปลาทูย่าง,กระเทียม,หอมแดง,พริกขี้หนู,พริกหยวก,น้ำ,น้ำมะนาว
น้ำมะนาว


- น้ำปลา 1 ช้อนกินข้าว

น้ำพริกปลาทู,อเลอไทด์,บำรุงสมอง,วิตามินบำรุงสมอง,alertide,แม่ตั้งท้อง,ยาครูสลา,ปลาทูย่าง,กระเทียม,หอมแดง,พริกขี้หนู,พริกหยวก,น้ำ,น้ำมะนาว,น้ำปลา
น้ำปลา


- น้ำตาลปี๊บ 1/2 ช้อนกินข้าว

น้ำพริกปลาทู,อเลอไทด์,บำรุงสมอง,วิตามินบำรุงสมอง,alertide,แม่ตั้งท้อง,ยาครูสลา,ปลาทูย่าง,กระเทียม,หอมแดง,พริกขี้หนู,พริกหยวก,น้ำ,น้ำมะนาว,น้ำปลา,น้ำตาลปี๊บ
น้ำตาลปี๊บ


- ผักสด หรือผักลวกสุกตามชอบสำหรับรับประทานคู่

น้ำพริกปลาทู,อเลอไทด์,บำรุงสมอง,วิตามินบำรุงสมอง,alertide,แม่ตั้งท้อง,ยาครูสลา,ปลาทูย่าง,กระเทียม,หอมแดง,พริกขี้หนู,พริกหยวก,น้ำ,น้ำมะนาว,น้ำปลา,น้ำตาลปี๊บ,ผัก
ผัก




วิธีทำ


1.นำปลาทูมาย่างให้สุด แล้วแกะเอาแต่เนื้อ ระวังอย่าให้มีก้างติดมาด้วยเด็ดขาด


2.นำกระทะขึ้นตั้งไฟจนร้อน จากนั้นใส่กระเทียม หอมแดง และพริกขี้หนูลงไป คั่วสักพักจนไหม้เล็กน้อย


3.นำเครื่องน้ำพริกที่คั่วไว้แล้วใส่ลงในครก ตามด้วยเนื้อปลาทูย่าง แล้วโขลกเอาพอหยาบๆ


4.ใส่น้ำต้มสุก แล้วปรุงรสตามใจชอบ โขลกให้ส่วนผสมเข้ากันดีอีกครั้ง


5.ตักใส่ถ้วย เสิร์ฟพร้อมกับผักสดรอบจาน หรืออาจจะเป็นผักลวกแทนก็ได้ รับรองว่าอร่อยเหมือนกัน


****ใช้เวลาในการทำประมาณ 15-30 นาที

ไม่ยากเลยใช่ไหมค่ะ สำหรับเมนูน้ำพริกปลาทู เพื่อคุณแม่ท้องและคุณลูกในครรภ์ คุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์ ก็ลองมาทำน้ำพริกปลาทูทานกันดู รับรองว่าได้ทั้งความอร่อยและดีต่อตัวคุณแม่และลูกน้อยในครรภ์อย่างแน่นอน



ด้วยความปรารถนาดีจาก....  อเลอไทด์ Alertide วิตามินบำรุงสมอง และฟื้นฟูระบบประสาท ช่วยให้เกิดสมาธิ จดจ่อกับกิจกรรมต่างๆได้ดีขึ้น มีไอเดียสร้างสรรค์ สามารถเรียนรู้และจดจำได้ดีขึ้น  รวมถึงลดความเครียด และผ่อนคลายได้เป็นอย่างดี 




สอบถามเพิ่มเติม อั้ม ณัฐกานต์
Line: @nattakan
Fan page: วิตามินบำรุงสมอง อเลอไทด์ alertide 064-2616445 by อั้ม ณัฐกานต์
Web site: http://alertbyalertide.lnwshop.com
Tel: 064-2616445